หลังจากที่ภาค 1 ได้ถูกเผื่อแพร่ไปแล้ว

ตามมาชมภาค 2 ซึ่งเป็นภาคจบได้เลยจ้า



พวกเราก็ยังคงเดินท่องเที่ยวซึมซับ บรรยากาศเมืองโบราณ ศรีสัชนาลัย อย่างสนุกสนาน ครับ
ยังอยู่บริเวญ วัดช้างล้อม ครับผม
 วัดช้างล้อม   เป็นโบราณสถานที่สำคัญ มีเจดีย์ทรงกลมแบบลังกาเป็นประธานของวัด รอบฐานเจดีย์ประดับด้วย   ปูนปั้นเป็นรูปช้างโผล่ครึ่งตัว ด้านหน้ามีฐานวิหารก่อด้วยอิฐ และยังมีฐานกำแพงแก้วก่อด้วยอิฐล้อมรอบ กว่าจะเดินรอบเล่นเอาลิ้นห้อยเลยคับ












ทริปนี้วอดก้า พา ป้าๆ มาเที่ยวด้วยครับ
ป้าๆ เดิน ช้า ไม่ทันใจวัยรุ่นเล้ย
















คู่นี้เค้าหว๊านนน หวาน









แล้วเราก็ไปต่อกันที่ วัดศรีชุม
วัดที่ใคร ๆ ที่ไปสุโขทัยต้องไปเที่ยว ไปถ่ายรูปกัน
ไม่เชื่อรอชมภาพ ...

วัดศรีชุม 


ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตก 800  เมตร เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระอจนะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30  เมตร ลักษณะของวิหารสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ด้าน ผนังแต่ละด้าน ก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ผนังทางด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายใน และเดินขึ้นไปตามทางบันไดแคบ ๆ ถึงผนังด้านข้างขององค์พระอจนะ หรือสามารถขึ้นไปถึงสันผนังด้านบนได้ ภายในช่องกำแพงตามฝาผนังมีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700  ปี นอกจากนี้แล้วบนเพดานช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่าง ๆ มีจำนวนทั้งหมด 50 ภาพ เมื่อเดินตามช่องทางบันไดขึ้นไปจะโผล่บนหลังคาวิหารมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเก่าสุโขทัยได้โดยรอบ








วอดก้ามาถึงแล้วววววว






วอดก้าก็ยังคงเก๊กให้ถ่ายรูปได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่มีขาดตอน 555+






วอดก้าเท่ห์มั๊ยฮะ



พระอจนะ      องค์ใหญ่มากกกกกก
















บริเวณโดยรอบวัดศรีชุม






วอดก้ายืนจังก้า สู้แดด สู้ร้อน






สุดท้ายในสุโขทัย แต่ไม่ท้ายสุดของทริปนั้น (งง มะ)
กันที่ ศาลพระแม่ย่า









จบกันด้วยการแวะกิน ที่ ตลาดกลางอยุธยา
กับเมนู กุ้งเผา




ทอดมันกุ้ง



ยำสามกรอบ



ต้มยำรวมมิตร



และสุดท้าย ปลาทอดน้ำปลา yummy yummy !



จบแล้วค่าาาาาา
 
ขอบคุณที่ติดตามชม [ภาพ] จนจบ...
 
แล้วมารอชมภาพที่เก็บ ๆ ไว้อีกมากมายนะค่าาาา
 


ทริปนี้กาก้าพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว ซุ่โช้ทั่ย

"กำเนิดอักษรไทย งานใหญ่ลอยกระทง มั่นคงพุทธศาสนา พระแม่ย่ามิ่งเมือง อดีตรุ่งเรือง คือเมืองสุโขทัย "



ตรงดิ่งไป ทุ่งเสลี่ยมกอ่นเล้ยยยยยย
พาเด็กๆ ไปไหว้หลวงพ่อศิลา กัน









อยู่กันข้างหน้าเพราะเค้าห้ามเข้าข้างในอ่ะ




 ลวง พ่อศิลา เป็นนามที่ชาวบ้านวัดทุ่งเสลี่ยมเรียกขาน พระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ สกัดจากหินทรายสีเทา ทรงกรองศอพาหุรัด กุณฑล สวมศิราภรณ์ สวมมงกุฎเทริด พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม ประทับนั่งขัดสมาธิราบ บนฐานขนาดนาค 3 ชั้น นาคที่ปรกอยู่เหนือพระเศียรนั้นมี 7 เศียร ด้านหลังหางนาคพาดขึ้นมาถึงลำตัว มีลวดลายแบบศิลปะลพบุรี องค์พระวัดจากฐานถึงปลายยอดเศียรนาคสูง 85.50 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 44 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 126.5 กิโลกรัม  















รหัสไปรษณีย์ทุ่งเสลี่ยม



ยามค่ำคืนที่วัดเขาแร่ พวกเรามารว่มพิธิสืบชาตา แบบล้านนาแท้ๆกันครับ
แถมพาเพื่อนๆขึ้นเขายามดึกมาใหว้ พระเจดีย์ บนเขาด้วย




ผู้แสวงบุญทั้งหลาย






ยามเช๊าาา เช้า ใน อำเภอทุ่งเสลี่ยม


เงียบสงบ
สบายๆ
ไม่เร่งรีบ



แวะพักผอ่น ที่ทุ่งเสลี่ยงแล้ว ดื่มด่ำกับบรรยกาศ บ้านเมืองอันแสนสงบแล้ว
ถึงเวลาบุกตะลุยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  แล้วค้าบบบบ

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัยไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ถนนจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12  สายสุโขทัย-ตาก  

ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส  

                บริเวณพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยครอบคลุมพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมาย 

อัตราค่าเข้าชม  นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท  น้องหม๋าเข้าฟรี  อิอิหรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมอุทยานฯ ต่าง ๆ ในจังหวัดสุโขทัยได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน เปิดให้ เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.

ลุยเลยค้าบบบบบบบบ

แล้วเราก้อขับรถกันมาเที่ยวที่นี่






เก๊กเข้าไปนะ วอดก้าบอยยยยย





















มาเที่ยวแล้วต้องรักษาความสะอาดด้วยนะค่ะ
ปะป๋า หม่าม้า คอยตามเก็บ อึ พวกเราสนุกไปเล้ยยยยยย 555



บรรยากาศเมืองโบราณ ได้ใจจริงๆเลย


วัดช้างล้อม













มาตินี่ ขอดมสำรวจกลิ่นเมืองเก่าสักหน่อย













ชอบรูปนี้อ่าาาาา ซึ้งคิดถึงอดีต ตอน หนึ่งขวบ


มาตินี่อยากเป็นรูปปั้น ชิวาวาโบราญมั่งค่ะ












ยืนเป็นวัตถุโบราณอยู่ 555+





ช้างโบราญอายุหลายร้อยปี เท่ท์มั้ยคับ


ผมถ่ายรูปกับพี่ช้างโบราญคับ






ดูหน้าแต่ละตัว ไม่ไหวเล้ยยยยย


ถ่ายรูปเป็นที่ระทึกโหน่ยยยย ค้าบบบ


To be Continued...

รอชมต่อภาค 2 นะจ๊ะ

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมทุกท่าน
วันนี้ วอดก้าบอย จะมานำเสนอสูตรขนมสำหรับน้องหมา
ที่ทำได้แสนจะง่ายดายยยยยย และ น่าทาน
เราจะไม่พูดพร่ำ ไรมาก ไปดูรายละเอียดกันเลยจ้าาาา


วัตถุดิบ :
  • ไข่ 2 ฟอง
  • แครอทต้ม 1/2 หัว
  • ฟักทองต้มหั่นเต๋า 1 ถ้วยตวง
  • มันฝรั่งต้ม 1/2 หัว
  • ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ
  • เนยจืด (แบบ 0%) 5 ช้อนโต๊ะ
  • สันในไก่สด 2 ชิ้น


วิธีทำ :
  • นำวัตถุดิบทั้งหมดเข้าเครื่องปั่น
  • ปั่นทุกอย่างให้ละเอียด จนเป็นเนื้อครีม
  • เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยไว้ แล้วเข้าอบ
  • ไฟ และ เวลา ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์
  • อย่างในภาพ ใช้ไฟ 180 C นาน 15 นาที

ปั่นทุกอย่างจนเป็นเนื้อครีม แล้วเทใส่พิมพ์




สุกแล้ว




คว่ำใส่จาน



OH แม่เจ้า !!!

ออกมา PerFect

ม๋าได้ทาน คนทานไม่อร่อย อ่ะ 555+

งามมะ งามมะ ...อิอิ

edit @ 25 May 2010 11:09:02 by vodkaboy



ซุปข้นนมแพะใส่ฟักทอง
อาหารดี มีประโยชน์
ใครก็ทำ ได้ง่ายมาก ๆ


วัตถุดิบ : สำหรับชิวาวา 3 ตัว
  • นมแพะศิริชัย 1/2 ขวด
  • ไข่ไก่ ครึ่งฟอง
  • ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา
  • ฟักทองหั่นเต๋า(เล็ก ๆ) พอประมาณ

วิธีทำ :
  • นำฟักทองไปต้มให้สุก แล้วพักไว้
  • ตอกไข่ใส่ชาม ผสมให้ไข่ขาว กับ ไข่แดง เป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทออกครึ่งนึง
  • ใส่นมแพะแล้วผสมให้เข้ากัน
  • ตั้งกระทะไฟเบา ๆ แล้วเทนม+ไข่ ลงไป คนอย่างต่อเนื่องอย่าหยุด
  • ใส่ข้าวโอ๊ตแล้วคนต่อไปจนข้าวโอ๊ตสุก
  • สุดท้ายใส่ฟักทอง คนต่อประมาณ 20 วินาที แล้วปิดไฟ
  • รีบนำไปราดบนอาหารเม็ด แล้วคนให้เข้ากัน
  • ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือ รอจนทุกอย่างซึมเข้ากันดี

แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟให้ลูก ๆ ตัวน้อย ของเพื่อน ๆ ได้ทานกันแล้ว

วัตถุดิบที่ใช้ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็น
- ใน
นมแพะ จะมีวิตามินเอ สร้างเซลล์ผิวหนังเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และ ไขมันต่ำ
- ซึ่งใน
ฟักทอง ก็มีวิตามินเอ และสารเบต้าแคโรทีน เช่นกัน
- แถมโปรตีนเต็ม ๆ จาก
ไข่ไก่
- เพิ่มเส้นใย ไฟเบอร์ ด้วย
ข้าวโอ๊ต (ทำให้อึง่าย ถ่ายคล่อง)
*** และที่สำคัญ ลูก ๆ ยังได้ทานอาหารเม็ดเข้าไปด้วย รับรองไม่มีขาดสารอาหารแน่นอน ***


วิธีทำนี้จะใช้เวลาไม่นานมาก เพราะทุกอย่างสุกเร็ว
ฉะนั้นจึงควรระวังจะติดกระทะ หรือ อาจไหม้ได้




ราดบนอาหารเม็ด





สำหรับลูก ๆ ใครที่ทานยาก
สามารถเติมเนยจืดลงไปสัก 1/8 ช้อนชา
เพื่อเพิ่มกลิ่นให้อยากอาหารมากยิ่งขึ้น



เนื่องจากมีห้างเปิดใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ (ใกล้บ้านสุด ๆ)
ที่ K-Village สุขุมวิท 26

เป็นที่ ๆ สามารถพามะม๋าไปเดินเล่นได้
ที่สำคัญบางร้านสามารถให้ลูก ๆ เข้าได้ (อันนี้ประเด็นสำคัญ)
เลยชอบไปมากมาย เพราะได้พาลูก ๆ เข็นรถเข็นเข้าซูเปอร์
เข้าร้านอาหาร เข้าร้านเสื้อผ้า ช๊อปปิ้งเพลิดเพลิน


ไม่ได้ถ่ายภาพสถานที่มาให้ชม
ไว้ไปคราวหน้าจะมาอัพเดทให้นะจ๊ะ


แต่มีภาพอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ มายั่วน้ำลายกันคร้าบบบ


ไปช๊อปเสื้อให้ลูก
เป็นลาย comme
ซื้อของก๊อปให้ลูก ไม่มีปันยาซื้อของจิง 555+



แล้วมาแวะพักทานไอติมกันที่ร้าน Ho-Mu
เป็น Soft Cream สไตล์ญี่ปุ่น



เดินไปเดินมา ก็ไปเจอกับน้องแมวเหมียว



มาตินี่ เห่าแมวใหญ่เลยอ่ะ



เดินเยอะ จนเหนื่อย และ หิว
เลยแวะพักทานอาหารเกาหลีที่ร้านจีฮวาจา
ร้านนี้เค้าให้ลูก ๆ เข้าได้ด้วยนะ เจ๋ง ๆ
ร้านจะอยู่ชั้น 2 ติดกับร้าน daiso



อุปกรณ์สำหรับเติมพลัง



ซุปฟักทอง
มากับชุดใหญ่ ของคุณชายธนาเค้าาา 555+



อ้าว... ลืมบอกไปว่า
แพรวา และ มิคกี้ ก็มาด้วยนะ

แพร กำลังจะบอกว่า ผ้าเช็ดมือเล็กนิดเดียวเอง 555+


มาต่อกันที่ ผักทอด
มากับชุดใหญ่ ของคุณชายธนาเหมือนเดิม 555+



เครื่องเคียง
ที่สามารถเติมได้ไม่อั้น



มาแล้ว
หมูผัดซอสเผ็ด แต่ รสชาติ หวาน ๆ ... อิอิ



อาหารชุดของเราเองงงงง



แพร ก็สั่งเหมือนกัน
ใจตรงกัน อิอิ



จบด้วยชุด ไก่คาราเกะผัดซอส



ร้านนี้เค้า ข้าวสวย เครื่องเคียง น้ำซุป เติมได้ไม่อั้น
อิ่มแปร่ !!!



ใครยังไม่เคยไปที่นี่
ก็ลองไปดูนะจ๊ะ
ร้านอาหารเพียบบบบบ
แต่จะมีอยู่ 2-3 ร้านที่ให้มะม๋าเข้า
คือ ร้านจีฮวาจา อาหารเกาหลี
กับ ร้าน E-lite grill
แต่ถ้าไม่ได้พาลูก ๆ ไป ก็ได้อิ่มกลับบ้านกันแน่
เพราะของกินเพียบ !!!!!!

edit @ 25 May 2010 11:09:36 by vodkaboy